Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก

Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก ร้านหนังสือแมว ๆ ที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องน้องแมวหลายชีวิต

สวัสดีครับ นักอ่านที่รัก
เปิดร้านมาเข้าปีที่ 9 แล้ว
ขอแนะนำร้านหน่อยนะครับ
เราเปิดร้านนี้
เพราะเห็นด้วยกับคำพูดพี่จิก
ประภาส ชลศรานนท์
หนึ่งในสามผู้ก่อตั้ง
นิตยสารไปยาลใหญ่
และสำนักศิษย์สะดือที่เรานิยมอ่าน
พี่จิกบอกว่า
เมื่อมีเงินควรแบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งไว้ซื้ออาหาร ปัจจัยสี่
มาจุนเจือครอบครัว
และอีกส่วนหนึ่ง
เอาไปซื้อดอกไม้มาปลูก
ให้ความงามอันบอบบางของดอกไม้ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจ
ร้า

นนี้คือสวนอักษรของเรา
ส่วนใหญ่
หนังสือในร้านเป็นแนววรรณกรรมและวรรณกรรมเยาวชน
(โดยเฉพาะหนังสือของสนพ.กำมะหยี่และผีเสื้อที่จะมีมากเป็นพิเศษ)
รวมทั้งหนังสือนิทานภาพจากหลายสำนักพิมพ์
และใหม่ล่าสุด
กองทัพหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กจากสนพ. SandClock Books
คู่มือกาแฟ"ทำกาแฟให้เป็นเรื่องง่าย"
จากสนพ.
รวมทั้งมี DVD หนังสารคดีจากค่าย documentary club
ร้านจัดพื้นที่ให้นักอ่านมาใช้เวลากับหนังสือแบบสบายๆ
ได้ค่อยๆเลือกตามใจ จะยืนอ่าน หรือจะเอกเขนกอ่านอย่างไรก็ได้
สำหรับชื่อร้าน Little lovely bookshop.
มีแรงบันดาลใจจากร้านโปรดที่ชอบไป
สมัยเรียนมหาลัย
“ร้านหนังสือเล็กๆ” ย่านถนนพระอาทิตย์
🧚ร้านเราอาจดูเล็ก🧚‍♀‍
แต่เชื่อว่านักอ่านจะค้นพบเล่มโปรดสักเล่มแน่นอน❤️
นอกจากงานขายหนังสือ
ร้านจัดกิจกรรมบ้าง ตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย
ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง+เล่านิทานให้เด็กๆที่มาทัศนศึกษา,เชิญพี่แต้ว นักเล่านิทานคนเก่งมาเล่านิทาน ให้เด็กๆฟังในร้าน ,จัดเสวนากับนักเขียนหลังฉายหนังญี่ปุ่นเรื่อง ”I wish”
หัวข้อ”ญี่ปุ่นที่รักและฝันใฝ่”,นำหนังสารคดีเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก “Childhood”มาฉายในร้าน ,จัดงานนิทรรศการหนังสือนิทานภาพนานาชาติ
ครั้งที่ 1ร่วมกับมูลนิธิเมล็ดฝัน,พ่อแม่ผู้ปกครองและภาคีรักการอ่าน จ.ลำปางจัดเทศกาลหนังLittle Documentary Film Festival (LiDoFiFe)
โดยได้รับการสนับสนุนจากค่าย documentary club
ของทีมพี่ธิดา ผลิตผลการพิมพ์,จัดกิจกรรมหาทุนสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนให้โรงเรียนในชนบท
แม้ยอดขายหนังสือจะไม่ได้หวือหวานัก
แต่โชคดีที่ยังมีนักอ่านขาประจำที่คอยอุดหนุนเกื้อกูลอยู่เสมอ
นอกจากสามารถเลือกซื้อหน้าร้านแล้ว
ทางร้านมีบริการออนไลน์ให้เลือกซื้อและพร้อมจัดส่งถึงบ้าน
#กิจกรรมแบ่งหนังสือกันอ่าน
นักอ่าน99คนแบ่งหนังสือคนละ99เล่ม

สนใจเข้ากลุ่ม คลิกเพื่ออ่านกติกาก่อนจ้า
https://www.facebook.com/groups/99bookclub
📚ถ้าชอบอ่านหนังสือเหมือนเรา
ฝากกดlike/ติดตามเพจร้านหน่อยนะครับ😊 https://www.facebook.com/littlelovelybookshop/
😊❤️📚👨‍👩‍👧‍👦💕🧚🧚‍♀‍🥰🌳
เราเชื่อว่าหน้าที่ของร้านนี้
ก็เหมือนกับหน้าที่ของคนจุดโคม
ในหนังสือเจ้าชายน้อย ❤️
ในยามที่เขาจุดโคม
ก็ทำให้ดาวดวงนั้นสว่าง
เมื่อยามดับโคม
ดาวดวงนั้นก็หรี่แสงลง
เฉกเช่นเดียวกัน
ยามที่ร้านเปิด
แล้วนักอ่านอยากมาร้านหนังสือ
เขาย่อมรู้ดีว่า
มีร้านนี้เฝ้ารอเขาอยู่
เหมือนสวนดอกไม้อักษรหอมหวาน
ที่รอผีเสื้อนักอ่านโบยบินมาสูดดมและชื่นชม
#ยินดีต้อนรับนักอ่านที่รักเสมอนะครับ
#ที่ตั้งของร้าน(มีแผนที่)
อยู่ใจกลางเมืองลำปาง
ในซอยตรงข้ามวัดศรีรองเมือง
ที่มีวิหารไม้สีเหลืองทองงามอร่าม
ตามแบบฉบับศิลปะพม่า(ในภาพ)
#ร้านอิงแอบอยู่บนเฉลียงของคลินิกบ้านรักษาสัตว์
+++++++++++++++++++++++++
😊❤️📚สนใจอยากอ่านหรือตามหาหนังสือเล่มไหน
สอบถามมาหรือ
📚ดูที่ลิงก์สำหรับเลือกชมหนังสือของสนพ.ต่างๆ
ในร้านได้นะครับ👨‍👩‍👧‍👦💕🍀
#บทความแนะนำร้านจากThe_Cloud ( #1มกราคม2564)
https://readthecloud.co/little-lovely-bookshop-lampang/

++หนังสือแนะนำ***
#หนังสือสำนักพิมพ์กำมะหยี่
https://www.facebook.com/pg/littlelovelybookshop/photos/?tab=album&album_id=730848300299343
#หนังสือสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
https://www.facebook.com/pg/littlelovelybookshop/photos/?tab=album&album_id=731276593589847
#หนังสือสำนักพิมพ์ SandClock
https://www.facebook.com/pg/littlelovelybookshop/photos/?tab=album&album_id=3261743590543122
ที่ลิงค์นี้
👉https://vimeo.com/docclubondemand/vod_pages.
😊ขอฝากเพจกิจกรรมของร้านหน่อยนะครับ
#กิจกรรมฉายหนัง
https://www.facebook.com/littlelovelydocumentaryclub/
#กิจกรรมสำหรับเด็ก
https://www.facebook.com/pg/littlelovelybookshop/photos/?tab=album&album_id=1669429033107927
สุดท้ายนี้
ขอให้มิตรรักนักอ่านทุกท่าน
มีสุขภาพที่ดีนะครับ
แล้วพบกันที่ร้านหนังสือนะครับ
ด้วยมิตรภาพ☺️

ถามตัวเอง ตอบตัวเองชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร อยากได้พลังแบบไหนกลับมา
15/05/2026

ถามตัวเอง ตอบตัวเอง
ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร
อยากได้พลังแบบไหนกลับมา

ฟ้าครึ้มเย็นวันอาทิตย์ ฝนโปรยลงมาอีกแล้ว หนังสือฤกษ์งามยามปารีส หรือในชื่อภาษาอังกฤษ A Moveable Feast เขียนโดย เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ที่วางอยู่บนชั้นไม้ กวักมือคล้ายเชื้อเชิญให้เปิดอ่านหลังจากถูกเพิกเฉยมานาน
หนังสือเล่มนี้เล่าถึงช่วง 6 ปีแรกในการพยายามเป็นนักเขียนของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ มีประโยคหนึ่งที่เราชอบมากๆ คือ “บนถนนที่เย็นเยือกและเงียบเหงา ร้านของเธอเปรียบเสมือนจุดหมายเดียวที่มีแสงสว่างลอดออกมา” ประโยคเมื่อครู่ตานักเขียนเครางามแกพูดถึงร้านหนังสือ Shakespeare and Company ของ Sylvia Beach
ชีวิตในช่วงนั้นเฮมิงเวย์ต้องบอกว่าแทบไม่มีเงินซื้อหนังสือ กระทั่งแม้จะซื้อข้าวกิน แต่แล้วในฤดูหนาวปีหนึ่ง ณ กรุงปารีส เฮมิงเวย์คนขัดสนเดินเข้าในร้านหนังสือนี้เพื่อนั่งรับไออุ่นจากเตาผิง และมีบ่อยครั้งที่ ซิลเวียอนุญาตให้เฮมิงเวย์ยืมหนังสือไปอ่านก่อนได้ทั้งที่เขายังไม่มีเงินจ่ายค่าสมาชิกด้วยซ้ำ
ร้านหนังสือเป็นที่พักพิงยามพายุโหม เป็นมาตั้งแต่ยุคกระโน้นจนถึงยุคกระนี้ นักอ่านหลายคนก็ยังเดินดุ่มเข้าร้านหนังสือที่นอกจากจะโกยหนังสือกลับไปพร้อมกันแล้วยังรับพลังดีๆ ติดตัวกลับไปด้วย
ใครๆ ก็อยากมีร้านหนังสือเป็นแหล่งพักพิง คอลัมน์ a better day มีทริกเล็กๆ ที่อยากชวนคุณมาออกแบบการเข้าร้านหนังสือให้สนุกขึ้นและเยียวยาใจได้มากกว่าที่เคย เพราะเราไม่มีอากาศหนาวและเตาผิงแบบเฮมิงเวย์นี่นา
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://adaymagazine.com/healing-bookstore-guide/
เรื่อง : วงศกร ลอยมา
#ร้านหนังสือ #แหล่งพักพิงทางใจ

ร้านโปรดของเราในยามใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่
15/05/2026

ร้านโปรดของเราในยามใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่

หากให้หนอนหนังสือสายพันธุ์เชียงใหม่แนะนำร้านหนังสืออิสระของพวกเขา มั่นใจได้เลยว่าทุกคนจะเอ่ยชื่อ ร้าน....

❤️
15/05/2026

❤️

"สารคดีฉบับร้านหนังสือมาหรือยัง" เมื่อสัปดาห์ก่อน พี่ๆ น้องๆ ในตลาดซาวไฮ่ที่คุ้นเคยกันเริ่มไถ่ถามหานิตยสารสารคดี ฉบับ "ร้านหนังสืออิสระยังไม่ตาย" กันบ้างแล้ว ด้วยรู้ว่ามีเรื่องราวของร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดซาวไฮ่อยู่ด้วย

เช่นเดียวกันกับพี่นก พี่กำพล แห่งบ้านไร่ดินดีใจ เจ้าของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ที่คุ้นเคยกันมาตลอดอายุของร้านหนังสือ พี่ทั้งสองมาตามหาร้านหนังสือของเราตั้งแต่ช่วงเดือนแรกที่เปิดร้านอยู่ในตัวเมืองอุทัย ด้วยมีพี่อีกคนหนึ่งที่คุ้นเคยกันฝากให้มาช่วยดูๆ มันหน่อย พี่ทั้งสองจึงพาน้องขิง ลูกสาวตัวเล็กๆ มาดูหนังสือและร่วมกิจกรรมกับร้านหนังสือตั้งแต่วันเปิดร้านของเรา (ปัจจุบันน้องขิงเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ ม.ช.) มาบ่อยจนเริ่มมีเพื่อนๆ คิดว่า พี่นกและพี่กำพลเป็นเจ้าของร้านหนังสือเสียเอง ฮ่าฮ่า

อาทิตย์ที่ผ่านมา พี่แห่งบ้านไร่ดินดีใจพาเพื่อนสาวจากเชียงใหม่มาแอ่วตลาดซาวไฮ่ จึงแวะมาเยี่ยมเยือนทักทาย ถามหาหนังสือสารคดี พร้อมทั้งอุดหนุนหนังสือของร้าน และไม่ลืมที่จะถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ (ไอ้เจ้าของร้านตัวผอมๆ ก็ขัดๆ เขินๆ อะไรของมัน) ด้วยนานๆ พี่นก พี่กำพลจะมีโอกาสได้มาร้านหนังสือของเรา เพราะหนทางที่ไกล และภาระหน้าที่อันแตกต่าง ส่วนใหญ่เรามักจะเจอกันที่บ้านในสวนลับมากกว่า

เสาร์-อาทิตย์นี้ เราจะนำนิตยสารสารคดี ฉบับ "ร้านหนังสืออิสระยังไม่ตาย" ไปวางที่ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง ณ ตลาดซาวไฮ่ ใครมีโอกาสมาเที่ยว แวะมาลูบๆ คลำๆ หนังสือ และถ่ายรูปกันได้นะครับ

ขอบคุณภาพถ่ายจาก น้องขิง สาว ม.ช. เจ้า

ปล. ตลาดซาวไฮ่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 น. -16.00 น. (แต่วันเสาร์ร้านหนังสือจะเปิดช้าหน่อย ประมาณ 10 โมง และวันอาทิตย์จะเริ่มปิดประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง เพราะต้องกลับให้ทันรถเที่ยวสุดท้ายตอน 4 โมงเย็น)

ปลล. ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่งซ่อนตัวลับๆ อยู่ติดถนนด้านหน้าตลาดซาวไฮ่ ใกล้ปากทางเข้าที่จอดรถ (เกรงว่าจะหาไม่เจอ ฮ่าฮ่า)



#ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง
#ตลาดซาวไฮ่
#บ้านไร่ดินดีใจ

❤️
13/05/2026

❤️

ชินสุเกะ โยชิทาเกะ : นักเขียนหนังสือเด็กที่มีแฟนคลับเป็นผู้ใหญ่ กับการเริ่มต้นใหม่ในวัย 40 ปี
ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ เราเชื่อว่าคุณอาจตกหลุมรักงานของ ชินสุเกะ โยชิทาเกะ (Shinsuke Yosh*take) เพราะนิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนให้รู้ว่า… แต่สะกิดต่อมเอ๊ะชวนสงสัย บางเล่มชวนอมยิ้ม ขำขันและฮีลใจไปพร้อมกัน
ชายคนนี้คือนักเขียนและนักวาดหนังสือภาพสำหรับเด็กที่คว้ารางวัลมากมายทั้งในญี่ปุ่น ไปจนถึง New York Times แถมยังมีแฟน ๆ หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จากลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อหาเรียบง่ายแต่ทิ้งบางอย่างไว้ในใจ แถมชื่อเรื่องยังชวนสงสัยจนอดใจไม่ไหวที่จะหยิบมาเปิดอ่าน เช่น อาจจะเป็นแอปเปิ้ลก็ได้นะ ขอเป็นทารกสักแปบได้ไหม ต่อให้ผมยุ่งฟูขนาดนี้ก็เถอะ ถ้าร้อนก็ถอดเสื้อสิ
ความมหัศจรรย์ในงานของโยชิทาเกะ คือการหยิบเรื่องราวแสนธรรมดามาเล่าอย่างเรียบง่าย แต่กลับสะกิดใจผู้อ่านหลายช่วงวัย จนเป็นหนังสือเด็กที่มีแฟนคลับมากมายเป็นผู้ใหญ่
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามตั้งแต่ผลงานชิ้นแรกในปี 2013 แต่โยชิทาเกะไม่เคยเขียนหนังสือเด็กมาก่อน ทั้งยังเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางนี้ในวัย 40 ปี โดยมีวัตถุดิบมาจากความปวดใจของวัยผู้ใหญ่และความช่างสงสัยในวัยเด็ก
🟡ใช้ชีวิตกับสิ่งที่ ‘ทนไหว’
โยชิทาเกะเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1973 ที่จังหวัดคานากาวะ วัยเด็กเขาเป็นคนเงียบ ๆ แล้วเฝ้ามองพี่สาวคนเก่งอย่างชื่นชม ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งอะไรเป็นพิเศษ และพยายามอยู่ในกรอบที่ผู้ใหญ่คาดหวัง เพราะกลัวการถูกดุและชอบการชื่นชมตามประสาเด็ก ๆ
จนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเข้ามหาวิทยาลัย เขาเลือกสายศิลปะตามที่อาจารย์แนะนำ หลังจากนั้นก็เรียนจบมาทำงานออฟฟิศ แต่งงาน มีลูกตามมาตรฐานสังคม
เขาเป็นนักวาดภาพปกนิตยสาร ทำงานตามโจทย์ที่ได้รับเช่นเคย แม้ไม่ได้เกลียดงานที่ทำ แต่เขาก็ยังหาตัวเองไม่เจอ อีกทั้งศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน ก็ยังไม่ได้เฉิดฉายออกมาอย่างเต็มที่ จนรู้ตัวอีกทีก็เดินทางมาถึงวัยกลางคนเสียแล้ว
“ผมมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ ด้วยการลิสต์สิ่งที่ไม่ชอบออกมาให้หมด แล้วเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ผมรู้สึกว่า พอจะทนไหว แต่ในที่สุดผมก็ได้พบกับที่ที่ผมรู้สึกสบายใจแล้วครับ” เขาให้สัมภาษณ์กับ Japan Book Bank
จุดเริ่มต้นการค้นพบตัวเอง คือผลงานรวมภาพประกอบของเขาที่ไปเตะตาบรรณาธิการพอดี จึงได้รับคำชวนให้ลองเขียนหนังสือเด็ก แม้โยชิทาเกะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้ แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธโอกาสใหม่ ซึ่งใครจะรู้ว่าการตอบตกลงจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
🟡ระบายความในใจใส่สมุดเล่มจิ๋ว
ข้อดีของความไม่รู้ คือการไม่มีกรอบมาจำกัดความสร้างสรรค์ เขาใช้วิธีนึกย้อนไปว่าวัยเด็กอยากอ่านหนังสือแบบไหน เมื่อผสมกับวัตถุดิบที่สะสมไว้ตลอด 40 ปีโดยที่ไม่รู้ตัว งานของเขาจึงออกมาแปลกใหม่
แม้ภาพและเนื้อหาจะน่ารักสดใส แต่โยชิทาเกะพูดเสมอว่า เขาเป็นมนุษย์หดหู่ง่าย และมักจะระบายความเครียดออกมาผ่านลายเส้นในสมุดเล่มจิ๋ว
เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Japan Book Bank ว่า “โดยธรรมชาติผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย และตอนนั้นก็แค่รู้สึกเหนื่อยกับชีวิต ผมเลยวาดรูปเพื่อโน้มน้าวตัวเองว่า โลกนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ ถ้าเรามองดูใกล้พอ จะพบว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่รอบตัวเราในทุกๆ ที่ มันเหมือนเป็นการบำบัดฟื้นฟูจิตใจสำหรับผม”
เขาฝันมาตลอดว่าอยากจะเขียนเรื่องราวของผู้คนที่เยียวยาหัวใจ ด้วยความสุขเล็ก ๆ ในยามที่สิ่งรอบตัวเลวร้าย หนึ่งในตัวอย่างที่เจ่มชัด คือหนังสือ Kami wa konnani kucha kucha dakedo (ถึงผมจะยุ่งเหยิงขนาดนี้) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการนั่งรถไฟแล้วพบว่า ความรู้สึกแย่ ๆ ของเขาเบาบางลง เพียงเพราะเห็นสตรอว์เบอร์รี่สีสดใสในกระเป๋าคุณยายคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาประหลาดใจที่สีสันของผลไม้ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเครียด ๆ ก่อนหน้าเลยก็ตาม
หนังสือเล่มนั้น จึงถ่ายทอดความฝันและแง่บวกในหน้าแรก ส่วนอีกหน้าเป็นแง่ลบ เช่น เด็กหญิงตัวเล็กๆ พูดว่า “สักวันหนึ่งหนูอยากเป็นนักร้อง” แล้วตามด้วย “ถึงแม้ตอนนี้ผมของหนูจะยุ่งเหยิงขนาดนี้ก็เถอะ” หรือชายคนหนึ่งกล่าวว่า “ปอกเปลือกไข่ต้มออกได้เรียบเนียนสุดๆ เลย” แล้วตามด้วย “ถึงแม้ว่าการประชุมในวันนี้จะทำให้พวกเราต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่หมดเลยก็ตาม”
แต่หากเปิดไปยังหน้าท้ายๆ เนื้อหาจะถูกจัดวางแบบตรงกันข้าม โดยวางเรื่องความผิดหวังไว้ทางซ้ายและความสุขไว้ทางขวา วิธีเล่าเรื่องเช่นนี้ทำให้ผู้อ่านค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่ความรู้สึกเชิงบวกมากขึ้นจนจบเล่ม ขณะเดียวกันก็สามารถอ่านจากหลังมาหน้าได้ เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่มีคำตอบว่าควรมองโลกแบบไหน เพียงแต่ชี้ชวนให้เราได้ย้อนกลับมามองชีวิตในหลากหลายแง่มุมมากขึ้น
🟡นักสะสมความธรรมดา
หากโลกนี้มีเรื่องพิเศษเพียง 1% คนเรามักจะจำ 1% นั้นได้ดีกว่าความธรรมดาที่เหลืออยู่ คงเพราะมันจืดจาง ใกล้ตัว และมีอยู่มากมายเสียจนเลือกไม่ถูกว่าควรจำอะไร ทว่าโยชิทาเกะไม่อยากลืม
“ผมอยากเขียนถึงเรื่องราวแสนธรรมดาเสียจนถ้าไม่รีบจดไว้ทันที ผมก็คงจะลืมมันไปเสียตรงนั้น และเมื่อผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ดูไม่สลักสำคัญอย่างเหลือเชื่อเกิดขึ้น ผมจะแอบอมยิ้ม แล้วรีบจดบันทึกมันไว้ครับ” เขาเอ่ยในบทสัมภาษณ์ของ 1101.com แถมบอกว่าต้องพกสมุดบนทึกไว้ตลอด แม้กระทั่งตอนขับรถยังมีสมุดเล่มจิ๋วเปิดวางไว้บนตัก เจอไฟแดงทีไร เป็นต้องรีบสเก็ตช์ภาพลงไปอย่างรวดเร็ว
อีกมุมที่น่าสนใจคือ เขาสร้างสรรค์ผลงานออกมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะมีทั้งมุมมองวัยเด็กของตัวเองที่เต็มไปด้วยความสงสัย และไม่ชอบหนังสือแนวผู้ใหญ่สอนเด็ก พร้อมกับมุมมองของคุณพ่อวัย 40 ปีที่อยากทำหนังสือให้น่าสนใจสำหรับตัวเขาในปัจจุบันเช่นกัน
“ผมอยากให้เด็กๆ อ่านหนังสือภาพของผม แต่คนซื้อคือพ่อแม่ นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากทำเรื่องราวที่ทั้งคนอ่าน (พ่อแม่) และคนฟัง (ลูก) สนุกไปด้วยกันได้ สำหรับผม สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ การมองภาพเดียวกันด้วยมุมที่แตกต่างไปตามช่วงวัย ผมอยากสร้างภาพประกอบที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถสนุกในแบบของตัวเองได้ครับ” เขาเอ่ยถึงความตั้งใจในสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ของ copic
🟡ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบในตนเอง
แม้จะประสบความสำเร็จ แต่เขามักพูดถึงความความไม่สมบูรณ์แบบของตนเองเสมอ ทว่าไม่ใช่การกล่าวโทษหรือโกรธเกลียดตัวเอง แต่ยอมรับด้านเว้าแหว่งเหล่านั้นอย่างซื่อตรง
“ผมระบายสีไม่เก่งเลยครับ” นี่คือคำพูดที่เขาเอ่ยกับบรรณาธิการไปจนถึงการสัมภาษณ์หลายหน บรรณาธิการจึงจัดหาดีไซน์เนอร์มาช่วยเรื่องนี้ ซึ่งกลายเป็นข้อดีที่ทำให้หนังสือออกมาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะโยชิทาเกะเองก็ได้ไปโฟกัสกับส่วนที่ถนัด แล้วถอยให้คนที่ทำหน้าที่ได้ดีมาช่วยเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยความรู้สึกขอบคุณ
แม้กระทั่งบทบาทพ่อ โยชิทาเกะมักส่ายหน้าปฏิเสธเสมอ เมื่อมีคนบอกว่าเขาคงเป็นพ่อที่ดีมากแน่
“ผมยังดุลูกบ่อย ๆ เวลาที่เขาไม่ทำบางอย่าง หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนการไถ่โทษและแสดงให้เห็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ (เพื่อพวกเขา)” เขาเอ่ยในบทสัมภาษณ์กับ Japan News พร้อมบอกว่า งานของเขาเหมือนถ่ายทอดภาพจินตนาการการเป็นพ่อที่ดีของตัวเองมากกว่า เพราะหลายครั้งเขาก็ทำพลาด และบางทีลูก ๆ ก็ไม่ชอบหนังสือเขา เพราะรู้สึกเหมือนถูกจี้จุดจากตัวละครที่ชวนนึกว่าถอดแบบมาจากพวกเขาหรือเปล่า
“มีบางสิ่งที่ผมสื่อสารออกมาได้เพราะผมเป็นพ่อ ขณะเดียวกัน ก็มีบางเรื่องที่ผมพูดออกมาไม่ได้... ก็เพราะผมเป็นพ่อนี่แหละครับ”
ในความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของโยชิทาเกะ เขามักพูดถึงแง่มุมต่าง ๆ ของมนุษย์ ทั้งดีและร้ายโดยไม่ได้ยึดติดหรือวิ่งหนี แต่กลับชวนไปนั่งสังเกต แล้วยอมรับการมีอยู่ของมันอย่างจริงใจและไม่ตัดสิน นั่นอาจเป็นเหตุผลที่หนังสือของเขามีความเป็นมนุษย์และเป็นธรรมชาติสูงมาก
เพราะสุดท้ายแล้วเด็กน้อยในตัวทุกคนอาจโหยหาการยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั้งดีและแย่ โดยไม่ต้องไปยึดถือหรือผลักไส เพียงแต่เฝ้ามองการเกิดขึ้นและดับไปในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
เรื่อง : ธัญญารัตน์ โคตรวันทา
#ชินสุเกะโยชิทาเกะ #หนังสือ #หนังสือเด็ก #ญี่ปุ่น

มาแล้วจ้าสารคดีปกใหม่ฉบับIndependent  Bookstores In Thailandร้านหนังสืออิสระยังไม่ตายในเล่มชวนอ่านเรื่องราวของร้านหนังสื...
13/05/2026

มาแล้วจ้า
สารคดีปกใหม่

ฉบับ
Independent Bookstores In Thailand
ร้านหนังสืออิสระยังไม่ตาย

ในเล่ม
ชวนอ่านเรื่องราวของ
ร้านหนังสือแมว ๆ
ที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องน้องแมวหลายชีวิต

และร้านหนังสืออิสระอื่นๆ ทั่วประเทศไทย

เล่มละ195 บาท

ท่านใดจองไว้มารับได้เลย
สำหรับจัดส่ง
กำลังดำเนินการตามลำดับครับ

ขอบคุณครับ

Sarakadee Magazine
#ร้านนี้มีสารคดี

😊❤️📚
13/05/2026

😊❤️📚

สวัสดีทุกคน เราชื่อสำลี ยินดีที่ได้รู้จักนะ 🙂

P.S. ชวนนักอ่านมาทำความรู้จักสำลี Book Truck ร้านหนังสือสี่ล้อที่จะออกเดินทางไปพบปะนักอ่านทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย พร้อมกางแผนที่เดินทาง Route Map เดือนพฤษภาคม แต่ก่อนออกเดินทางกัน เราขอแนะนำตัวกับทุกคนสักนิดเพื่อกระชับมิตรให้สนิทกันมากขึ้น

สำลี คือใคร?
สำลี Book Truck ร้านหนังสือเคลื่อนที่สี่ล้อ สีขาว เราเป็นน้องเล็กตัวน้อยของพี่ๆ ร้านหนังสือประตูสีแดง Somewhere Bookshop และห้องสมุดประตูสีน้ำเงิน Something Blue Library เรามีเพื่อนสนิทเป็นร้านหนังสือและคาเฟ่ในจังหวัดต่างๆ เราชอบอ่านหนังสือ เรารักการเดินทาง เราติดสกินชิพกับเพื่อนเก่า และอยากรู้จักเพื่อนใหม่ ถ้าเธอชอบอ่านหนังสือ P.S. เปลี่ยนจากอ่านคนเดียวเหงาๆ มาอ่านด้วยกันและเจอกันสิ

ใครที่ไปงานหนังสือมีนาที่ผ่านมา อาจจะคุ้นหน้าและเคยเจอเรา เพราะจุดเริ่มต้นแรกก่อนออกเดินทางไปจังหวัดต่างๆ เราออกไปเจอเพื่อนๆ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และเราก็ตื่นเต้นมากๆ ที่จะบอกว่างานต่อไปที่จะได้เจอกัน คืองานหนังสือโคราช ครั้งที่ 1 ในเดือนพฤษภาคมนี้

ถ้าอยากรู้ว่าเราจะเดินทาง On Tour ไปที่ไหน แอบใบ้ว่าเพื่อนๆ โซนภาคอีสานเตรียมเจอกัน ติดตาม Route Map ของเราได้ที่
• IG : https://www.instagram.com/somelee_booktruck

YOU CAN READ
EVERYWHERE WE GO!
🚚📚💨

#ร้านหนังสือ #คาเฟ่ #แนะนำ #สำลีร้านหนังสือเคลื่อนที่

😻
12/05/2026

😻

▪️ให้เราดูแลชั้นหนังสือของคุณ... ไปตลอดชีวิต
▪️เพราะหนังสือทุกเล่มที่เราคัดสรร คือบทสนทนาระหว่างเรากับผู้อ่าน... และสำหรับ 'สมาชิกตลอดชีพ' บทสนทนานี้จะไม่มีวันสิ้นสุด

▪️สนพ. ได้จัดส่งหนังสือเล่มล่าสุด จำนวน 5 ปก ถึงมือสมาชิกทั้ง 'รุ่นแรก' 'รุ่นสอง' และ 'รุ่นสาม' ทุกท่านเรียบร้อยแล้วครับ! สิทธิพิเศษที่สมาชิกได้รับเสมอ คือความสะดวกสบายที่ไม่ต้องคอยกดสั่งซื้อ ไม่ต้องกังวลว่าหนังสือจะหมด

▪️การสมัครสมาชิกตลอดชีพสำหรับเรา ไม่ใช่การซื้อหนังสือล่วงหน้า
แต่คือการที่ 'คุณ' ไว้วางใจสำนักพิมพ์ และคือการส่งต่อแรงบันดาลใจและความเชื่อที่เรามีร่วมกัน

▪️ทุกการสนับสนุนของสมาชิก คือพลังสนับสนุนให้เรายังคงได้คัดสรรงานเขียนชั้นเยี่ยม การออกแบบรูปเล่มที่ประณีต และการรักษา 'พื้นที่ของการอ่าน' ให้อยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง

เมื่อคุณเลือกอยู่เคียงข้างเรา... เราก็สัญญาว่าจะดูแลคุณไปตลอดกาล
▪️▪️▪️ จ่ายครั้งเดียว จบ
▪️▪️▪️ รับหนังสือทุกเล่มที่มีอยู่ และเล่มใหม่ที่เราจะพิมพ์ในอนาคต... ตลอดไป
▪️▪️▪️ ร่วมเดินทางไปกับเราในทุกหน้ากระดาษ

▪️▪️▪️ ไม่ต้องคอยกดสั่งซื้อ เพราะเราจะส่งส่งตรงถึงบ้านโดยอัตโนมัติ
▪️▪️▪️ ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาหนังสือที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

▪️▪️▪️ ส่วนลดพิเศษสำหรับเครื่องเขียนเสื้อยืดและสินค้าอื่นมากมาย
▪️▪️▪️ ได้รับข่าวสารจากทางสำนักพิมพ์ก่อนใคร
▪️▪️▪️ ดื่มกาแฟฟรีตลอดชีวิต ณ The Alphabet BookCafé หรือ สมมติ | Book Café ทั้งสาขา กทม. และเชียงใหม่

▪️ผู้อ่านท่านใดสนใจสมัครสมาชิกตลอดชีพรุ่นสาม -- สมัครได้ทันที
ขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าอาจเป็น 'รุ่นสุดท้าย'

▪️สำนักพิมพ์สมมติ ตีพิมพ์หนังสือในแนวทางเฉพาะ - นอกกระแส อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2551 - นับจนถึงปีปัจจุบัน เรามุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะผลิตหนังสือออกมาให้นักอ่านชาวไทยได้อ่านและรื่นรมย์

▪️รับประกันความต่อเนื่องจากผลงานที่ตีพิมพ์มาแล้วกว่า 170 ปก นักเขียนกว่า 80 คน ทั้งไทยและเทศ

▪️▪️▪️รายละเอียดการสมัครสมาชิกตลอดชีพที่ช่องคอมเมนต์
หรือ ทัก Inbox สอบถามได้เลยครับ

▪️ให้เราดูแลการอ่านของคุณตลอดชีพ
ขอขอบคุณผู้อ่านที่สนับสนุนกันเสมอมา
ขอบคุณที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน
และขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ

▪️ไม่มีผู้อ่าน ไม่มีคนทำหนังสือ / ไม่มีผู้อ่าน หนังสือไม่มีความหมาย

แนะนำกิจกรรมเบาใจครับ
12/05/2026

แนะนำกิจกรรมเบาใจครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.นี้
มีนัดมา "เบาใจ" ด้วยกันนะ 🕯️☁️

พักจากการใช้ชีวิตแบบ Fast-forward ⏩
จนลืมฟังเสียงตัวเอง

อาทิตย์นี้เราอยากชวนทุกคนมาลอง Slow life
นั่งล้อมวงคุยเรื่อง "ใจ"
ในบรรยากาศคาเฟ่ที่อบอุ่นในลำปาง ☕✨

​ที่ HealJai Classroom เราไม่ได้มาเรียนแบบเครียดๆ
แต่เราจะมาใช้ #ไพ่ฤดูฝน พูดคุยกัน
และเช็กพลังงานผ่าน Self-care Checklist 📝
ที่จะช่วยให้คุณเห็นใจตัวเองมากขึ้น
และเข้าใจคนข้างตัวมากกว่าเดิม

​ทำไมต้องมา?
✅ ได้คุยเรื่องที่อยากพูด ในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)
✅ ใช้เครื่องมือเยียวยาใจแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
✅ เจอเพื่อนใหม่ที่พร้อมรับฟังกันจริงๆ
✅ บรรยากาศคาเฟ่ลับๆ ที่ฮีลใจตั้งแต่เดินเข้าร้าน 🏡

​รายละเอียดกิจกรรม:
🗓 วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. 69
⏰ 09.00 - 12.00 น.
👥 รับจำนวนจำกัดเพียง 8 ที่นั่ง (อายุ 15 ปีขึ้นไป)
💰 ค่าลงทะเบียน: ตามความสมัครใจ (Pay as you wish)
รายได้ทั้งหมดสมทบทุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคม "ชุมชนกรุณาลำปาง"

​📍 เจอกันที่: Homsook Studio and Cafe
ปักหมุดมาเลย: https://maps.app.goo.gl/nuSNz18Tbjq9NMbu9?g_st=ac

​สนใจร่วมกิจกรรม
ทัก Inbox มาจับจองที่นั่งได้เลยจ้า! 💌


#เบาใจคาเฟ่
#คาเฟ่ลำปาง #ลำปางไปไหนดี #ชุมชนกรุณาลำปาง #คาเฟ่ลับ

ภาพจาก IG ของโกยุนจองน่ารัก 😸💚📚กับหนังสือ Moving ซีรีส์ที่เธอแสดง
10/05/2026

ภาพจาก IG ของโกยุนจอง

น่ารัก 😸💚📚

กับหนังสือ Moving

ซีรีส์ที่เธอแสดง

ที่อยู่

คลินิกบ้านรักษาสัตว์ ถ. ท่าคราวน้อย ต. สบตุ๋ย อ. เมือง
Lampang
52100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รักผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก:

แชร์