13/08/2025
How to Camera Control Unit (CCU)
CCU หรือ Camera Control Unit คืออุปกรณ์สำหรับควบคุมกล้อง เช่น ค่ารูรับแสง (Iris), Shutter Spee ค่า ISO, ค่า White / Black Balance ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เราใช้กันบ่อยๆ ค่าเหล่านี้ในงาน Broadcast Production จะถูกควบคุมโดยทีมเทคนิค สำหรับช่างภาพ มีหน้าที่คุมเฟรมภาพ ซูม โฟกัส แบ่งกันชัดเจนครับ
Color Corection for Broadcast.
Color correction คือกระบวนการปรับแก้สีของภาพหรือวิดีโอให้ได้สีสันที่ถูกต้องและสมดุลตามที่ต้องการ เพื่อให้ภาพดูเป็นธรรมชาติและตรงกับความเป็นจริง หรือให้ตรงตามมาตรฐานการผลิตสื่อที่กำหนดไว้
ในงาน Broadcast Production การทำ Color correction ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมือเช่น
Waveform เพื่อตรวจสอบ
ค่า exposure (แสงมากเกินไปหรือมืดเกินไป)
รักษา contrast ให้ถูกต้อง
จุด clipping (ขาวหลุดหรือดำหลุด)
เข้าใจง่ายๆคือ "ดูว่าภาพสว่างหรือมืดแค่ไหน"
RGB Parade เพื่อเช็คความถูกต้องของ สมดุลสี (Color balance) และ ระดับสัญญาณ (Level) ของแต่ละแชนเนล เข้าใจง่ายๆคือ"ดูว่าภาพติดสีอะไร"
Vectorscope เพื่อตรวจสอบความอิ่มสี (Saturation)
สำหรับงาน Broadcast ที่ใช้กล้อง 2 ตัวขึ้นไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกล้องทุกตัวต้อง มีสีสันที่สมดุลใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งทีมเทคนิคต้องทำการปรับจูน ก่อนที่ Production จะเริ่มขึ้น โดยมีขบวนดังนี้
1.ตรวจเช็คคุณภาพสัญญาณภาพจากกล้องทุกตัว โดยการเช็คสัญญาณ SMPTE Color Bar จากกล้อง สำหรับ สัญญาณแถบสีหรือ Color Bar จากกล้อง ที่ส่งมามีประโยชน์เพื่อ
ตรวจสอบว่าระบบส่งสัญญาณสีถูกต้อง
ปรับตั้งค่าจอมอนิเตอร์ให้ได้ค่ามาตรฐาน
ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณในระบบออกอากาศ
มีขั้นตอนดังนี้
1.1.เปิด Color bar ทุกกล้อง
1.2 Waveform ดูความสว่าง (Luminance) รวมความสว่างของทุกสี
ใช้ RGB Parade เพื่อดูระดับความสว่างของแต่ละช่องสี R, G, B แยกกัน
แกน X: ตำแหน่งพิกเซลจากซ้ายไปขวาของภาพ (เหมือน waveform)
แกน Y: ระดับความสว่างของสีในแต่ละช่อง
1.3.ตรวจ ด้วย Vectorscope สีแต่ละจุด ต้องพอดีกับช่องสามเหลี่ยม/ช่องมาตรฐาน บนสโคป
ถ้าเอียง = สีเพี้ยน (Hue error)
ระยะห่างจากจุดศูนย์ออกไป (รัศมี) คือความอิ่มสี
ถ้าใกล้เกินไป = Saturation ต่ำ,
ถ้าไกลเกินไป = Saturation สูง
2.ตั้งค่า Black balance ความบริสุทธิ์ของสีดำ
2.1.ปิดรูรับแสงที่เลนส์ให้สนิทหน้า Monitor เป็นสีดำ
2.2.เปิด RGB Parade เพื่อดูระดับของ แชนเนลแต่ละสี
2.3. ปรับ G On Back Volume อยู่ที่ 0 ปรับปรับค่า Masterblack ให้ แชนเนลสีเขียว (G) อยู่ที่ 0%
2.4.ตรวจสอบ ชาแนลสีแดง (R) และสีน้ำเงิน (B) บน RGB Parade ว่าอยู่ที่ 0 หรือไม่
2.5.ถ้ากราฟแชนเนลสีแดง (R)และสีน้ำเงิน (B) ไม่อยู่ที่ 0 ให้ทำการปรับ ที่ RGB On Black Volume ให้ R และ B อยู่ที่ 0
* การไปรับ Black Balance จะไม่มีการปรับ G On Black Volume หรือโวลุ่มปรับสีเขียว (G)
**ในการใช้งาน Broadcast จะปรับให้ Masterblack อยู่ 5-7 IRE เพื่อให้มีรายละเอียดในส่วนมืดอยู่บ้าง
2.6. เปิด Vectorscope จุดสว่างจะอยู่ตำแหน่งตรงกลาง ของ Vectorscope หมายความว่า สัญญาณภาพที่หน้าจอไม่มีสี แสดงว่าเป็นดำบริสุทธิ์
3.การปรับค่า White Balance
3.1.ปรับไฟแสงสว่างเป็นค่าที่จะให้งานจริงคงที่
3.2.ใช้กระดาษสีขาววางด้านหน้ากล้อง
3.3.ตั้งค่ากล้องให้เหมาะสมไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป
3.4.Zoon In ให้ภาพหน้าจอของแต่ละกล้องเต็มสีขาวของกระดาษ และปรับโฟกัสจนชัด
3.5.เปิด RGB Parade และปรับรูรับแสง(Iris)ให้กราฟ สีเขียว (G) อยู่ที่100
3.6.เปิด Vectorscope ตรวจสอบจุดสว่าง ถ้าไม่อยู่ตรงกลาง ให้ทำ Auto White Balance
3.7.ตรวจสอบ ตำแหน่งจุดสว่าง บน Vectoescope อีกครั้ง ให้อยู่ตรงกลาง
3.8.ถ้าปรับ Auto White Balance แล้วจุดสว่างยังไม่อยู่ตำแหน่งตรงกลาง ของ Vectorscope แสดงว่า สีขาวที่ได้ยังไม่เป็นขาวบริสุทธิ์ ยังมีสีเจือปนอยู่ ให้ทำการปรับด้วยมือ ที่ RGB On White Volume ดังนี้
3.9.ใช้เตรื่องมือ RGB Parade
3.10.ปรับหน้ากล้อง( Iris Control) ให้กราฟสีเขียว (G) อยู่ที่ 100
3.11.ปรับ สีแดง (R)และสี น้ำเงิน (B) โดยปรับที่ R,B On White Volume โดยให้ทั้งสองสี อยู่ที่100
การปรับค่า White Balance แบบแมนวล จะไม่มีการปรับVolume สีเขียว (G) เช่นกัน G On White Volume ให้อยู่ที่ 0
3.12.เปิด Vectorscope เพื่อตรวจสอบจุดสว่างให้ อยู่จุดกลาง
หมายเหตุ
การปรับ Volume RGB White และ Volume RGB Black จะปรับแค่เพียงสองสี คือ แดง(R)และ น้ำเงิน (B) เท่านั้น โดยไม่ยุ่งกับ Volume สีเขียว (G)โดยให้ R On White / Black Volume อยู่ในตำแหน่ง 0