i21 Empowering the future

20/05/2026
18/05/2026

**"ตื่นมาพร้อมความเจ็บปวด แต่คำแรกที่ถามคือ... ผู้โดยสารเป็นยังไงบ้าง?" 😭🚌**
จากโศกนาฏกรรมอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ ท่ามกลางความสูญเสีย ยังมีเรื่องราวที่สะท้อนถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของ "พนักงานเก็บค่าโดยสารหญิง" ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้
หลังจากที่เธอฟื้นสติขึ้นมาในห้อง ICU ด้วยสภาพร่างกายที่บอบช้ำและบาดเจ็บหนัก เธอจำเหตุการณ์ช่วงที่เกิดความวุ่นวายไม่ได้เลย รู้เพียงว่ามีคนเข้าช่วยเหลือออกมาแล้ว แต่แทนที่จะห่วงอาการของตัวเอง ประโยคแรกที่เธอเอ่ยปากถามกลับเป็นความห่วงใยที่มีต่อผู้โดยสารทุกคนบนรถ
เธอเอาแต่ร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดและอัดอั้นตันใจ ที่ในเสี้ยววินาทีนั้นไม่สามารถช่วยดูแลผู้โดยสารให้ปลอดภัยได้มากกว่านี้... ทางด้านสามีที่คอยเฝ้าดูแล เล่าถึงภรรยาด้วยความตื้นตันใจ แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องปิดบังเรื่องราวความสูญเสียทั้งหมดเอาไว้ก่อน เพราะประเมินแล้วว่าสภาพจิตใจของเธอยังเปราะบางเกินกว่าจะรับรู้ความจริงในตอนนี้ได้
แม้ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอก็ยังคงนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ... ขอส่งกำลังใจดวงโตๆ ให้พี่กระเป๋ารถเมล์ฟื้นตัว กลับมาแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจในเร็ววันนะคะ อยากบอกให้รู้ว่าพี่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบและดีที่สุดแล้วจริงๆ ค่ะ ❤️✌️
#ส่งกำลังใจ #กระเป๋ารถเมล์ #ฮีโร่ในชีวิตจริง #อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์

18/05/2026

อธิบายจิตวิทยา ศูนย์การค้า ทำไมบางที่ มีอักษรบอกชั้นเยอะ ทั้งชั้น B, G, M - MarketThink

หลายคนอาจจะเคยสังเกตว่า ศูนย์การค้าดัง ส่วนใหญ่ชอบมีวิธีการเรียงลำดับชั้นภายในศูนย์การค้า ให้มีทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษหลาย ๆ ชั้น แล้วค่อยเป็นตัวเลข

เช่น บางที่มีตั้งแต่ชั้น LG, G, M, 1, 2, และ 3

แทนที่จะเรียงลำดับชั้นภายในศูนย์การค้า โดยใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียว เช่น ชั้น 1, 2, 3, 4, 5, 6
ซึ่งดูจะเป็นวิธีการเรียงลำดับชั้น ที่เข้าใจได้ง่ายกว่า

เรื่องนี้ถ้ามองในมุมจิตวิทยา มันก็มีเบื้องหลังน่าสนใจที่ซ่อนอยู่..

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า การเรียงลำดับชั้นต่าง ๆ ของอาคาร ไม่ได้มีมาตรฐานที่ตายตัว
แต่โดยทั่วไปแล้ว จะมีวิธีการเรียงลำดับเลขชั้น ที่ได้รับความนิยมอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ

- แบบสหรัฐอเมริกา จะเริ่มนับชั้นแรกของอาคารที่อยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนนเป็นชั้น 1 และเรียงลำดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้น

- แบบยุโรป จะเริ่มนับชั้นแรกของอาคารที่อยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนนเป็นชั้น G (Ground Floor) และชั้นถัดไป จึงเริ่มนับเป็นชั้น 1 และเรียงลำดับไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการเรียงลำดับชั้น ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษอื่น ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

LG คือ ชั้น Lower Ground เป็นชั้นที่มีพื้นที่บางส่วนอยู่ใต้ระดับพื้นถนน
UG คือ ชั้น Upper Ground เป็นชั้นที่มีพื้นที่บางส่วนอยู่เหนือระดับพื้นถนน
B คือ ชั้น Basement เป็นชั้นใต้ดินของอาคาร

แต่ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุด
ก็น่าจะเป็นชั้น M ที่หมายถึง Mezzanine แปลเป็นภาษาไทยว่า “ชั้นลอย” ซึ่งเป็นชั้นที่มีความสูงระหว่างพื้นจนถึงเพดาน น้อยกว่าชั้นอื่น ๆ

แต่หลายศูนย์การค้าในไทย มักใช้ชั้น M เป็นชั้นที่เชื่อมต่อกับทางเข้าหลักของศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือสกายวอล์ก มากกว่าจะเป็นชั้นลอยจริง ๆ

แล้วถ้าถามว่า ทำไมศูนย์การค้าในไทย ต้องเรียงลำดับชั้นโดยการใช้ตัวอักษร แล้วตามด้วยตัวเลข

เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการพฤติกรรมของคนทั่ว ๆ ไป
ที่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักเลือกเดินในศูนย์การค้าเฉพาะชั้นล่าง ๆ ที่ติดกับทางเข้าหลักเป็นส่วนใหญ่

ยิ่งศูนย์การค้ามีความสูงหลายชั้น ชั้นบน ๆ อาจมีโอกาสที่คนเดินขึ้นไปน้อยลงเรื่อย ๆ แม้ว่าในศูนย์การค้าจะมีทั้งลิฟต์ และบันไดเลื่อน ไว้คอยให้บริการก็ตาม

นั่นหมายความว่า หากมีหลายชั้น ก็มีแนวโน้มว่าชั้นบน ๆ จะมีคนที่ตั้งใจเดินขึ้นไป หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านโดยบังเอิญ น้อยกว่าชั้นล่าง ๆ

และแน่นอนว่า “ยอดขาย” ของผู้เช่าพื้นที่ที่อยู่ชั้นบน ๆ ของศูนย์การค้า ก็จะน้อยลงไปด้วย

พอเป็นแบบนี้ ก็จะทำให้อัตราค่าเช่าพื้นที่ชั้นบน ๆ ของศูนย์การค้า ถูกลงด้วย

ทำให้โดยเฉลี่ยแล้ว ศูนย์การค้าทั่วโลก มักสร้างที่ความสูงเฉลี่ยเพียง 6 ชั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนรู้สึกว่ามีหลายชั้นมากเกินไป จนไม่อยากเดินขึ้นไปที่ชั้นบน ๆ

แต่แน่นอนว่า ในปัจจุบัน ศูนย์การค้าหลายแห่งมีจำนวนชั้นที่มากขึ้น จากข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่

ทำให้ต้องหาวิธีปรับพฤติกรรมของลูกค้า ให้เดินขึ้นไปที่ชั้นบน ๆ

ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ทำ ก็คือ กลยุทธ์การเรียงลำดับชั้นภายในศูนย์การค้า ที่ให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีความสูงเพียงไม่กี่ชั้น

ทั้งที่ในความจริงแล้ว ศูนย์การค้าอาจมีความสูงเกือบ 10 ชั้น ก็เป็นไปได้..

ตัวอย่างเช่น ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีการเรียงลำดับชั้นเป็น
B2, B1, G, GM, M, 1, 2, 3, 4, 5, 5M และ 6

เมื่อลูกค้าเข้ามาในศูนย์การค้า มองเผิน ๆ ก็อาจคิดว่าศูนย์การค้าแห่งนี้มีความสูงเพียงแค่ 6 ชั้นเท่านั้น

แต่ในความจริงแล้ว หากเราลองนับจำนวนชั้นจริง ๆ ของศูนย์การค้าแห่งนี้ โดยให้ชั้น G ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนน เป็นชั้น 1

ก็จะพบว่าศูนย์การค้าแห่งนี้ มีความสูงมากถึง 10 ชั้น โดยยังไม่รวมชั้นใต้ดินของอาคารอีก 2 ชั้น ซึ่งเป็นพื้นที่จอดรถยนต์

ลองคิดภาพตามง่าย ๆ หากในศูนย์การค้า มีร้านค้าร้านหนึ่งอยู่ที่ชั้น 4 ก็ฟังดูเหมือนว่า ร้านค้าร้านนี้ไม่ได้อยู่สูงขึ้นไปมากสักเท่าไร

หากเราเข้าศูนย์การค้าจากประตูที่อยู่ชั้น G การเดินไปที่ร้านค้าร้านนี้ ก็ดูเหมือนไม่ไกล เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปไม่กี่ชั้นก็ถึงแล้ว

แต่หากเราลองนับจำนวนชั้น ร้านค้าร้านนี้ ไม่ได้อยู่ที่ชั้น 4 จริง ๆ แต่อยู่ที่ชั้น 7 ต่างหาก

นั่นหมายความว่า เราต้องเดินขึ้นไปอีกหลายชั้น ใช้บันไดเลื่อนอีกหลายตัว กว่าจะไปถึงที่ร้านค้าร้านนั้น

การเรียงลำดับชั้น โดยการเพิ่มชั้น G, GM และ M เข้าไป จึงมีผลดีในแง่ความรู้สึกของลูกค้า แม้ในความจริงแล้ว จำนวนชั้นของศูนย์การค้า จะยังคงมีจำนวนมากเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้ศูนย์การค้าในประเทศไทย จะมีการใช้กลยุทธ์ในลักษณะนี้

แต่ในต่างประเทศ ศูนย์การค้าหลายแห่งกลับมีจำนวนชั้นที่มากกว่าศูนย์การค้าในไทยมาก
ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง ที่หลาย ๆ ศูนย์การค้า มีความสูงเกิน 10 ชั้นขึ้นไป..

ในอีกทางหนึ่ง จึงคิดได้เช่นกันว่า การที่ศูนย์การค้าในไทย นับเลขชั้นด้วยการเพิ่มชั้นที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษเข้าไป อาจใช้ได้ผลกับพฤติกรรมการเดินศูนย์การค้า ของคนไทยเท่านั้น

เพราะไม่เช่นนั้น ศูนย์การค้าในต่างประเทศ คงไม่สร้างให้มีความสูงเกิน 10 ชั้น

นอกจากกลยุทธ์นี้แล้ว ศูนย์การค้าในไทย ยังมีการใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเดินขึ้นไปที่ชั้นบน ๆ

เช่น การนำร้านค้าที่เป็น “แม่เหล็ก” ขึ้นไปไว้ที่ชั้นบน
ไม่ว่าจะเป็น โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ฟูดคอร์ด และธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ ตั้งใจที่จะเดินไปที่ร้านค้าเหล่านี้อยู่แล้ว

ซึ่งการนำร้านค้าแม่เหล็กเหล่านี้ ไปไว้ในพื้นที่ที่มีคนน้อย ก็จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ในพื้นที่นั้น ๆ ได้

ซึ่งตัวอย่างของศูนย์การค้าที่มีการนำฟูดคอร์ด ขึ้นไปไว้ที่ชั้นบนของศูนย์การค้า ก็มีทั้ง เทอร์มินอล 21 อโศก และเซ็นทรัลเวิลด์

รวมถึง สยามพารากอน หรืออีกหลาย ๆ แห่ง ที่โรงภาพยนตร์ อยู่ที่ชั้นบนสุดของศูนย์การค้า

ทั้งหมดที่ได้อ่านมานี้ เป็นเพียงกลยุทธ์ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ศูนย์การค้าใช้ในการดึงดูดให้ลูกค้าเดินขึ้นไปชั้นสูงได้ ด้วยหลักจิตวิทยา

ครั้งหน้า ใครไปเดินศูนย์การค้า หากลองสังเกตกันดี ๆ

อาจค้นพบว่า ศูนย์การค้าในไทย มีการใช้กลยุทธ์อื่น ๆ
ที่ดึงดูดให้เราใช้เวลาเดินเลือกซื้อของ และใช้จ่ายเงินมากขึ้น โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ก็เป็นได้..

#ศูนย์การค้า
#พฤติกรรม
#จิตวิทยา

13/05/2026
09/05/2026

แกเร็ธ เบล กล่าวถึงตอนที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ เปลี่ยนตัว อุสมาน เดมเบเล่ ออกในนาทีที่ 66 ในเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค

"ตอนที่ผมเห็นวินาทีที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ เปลี่ยนตัว อุสมาน เดมเบเล่ ออกในนาทีที่ 66 ของค่ำคืนแชมเปียนส์ลีกนัดสำคัญ ผมรู้สึกตกใจมาก แต่ปฏิกิริยาของเด็กคนนั้นทำให้ผมตกใจยิ่งกว่า... เขาเพียงแค่กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้กดดันต่อไป เดินตรงเข้าไปจับมือผู้จัดการทีม ไม่มีการพูดจา ไม่แสดงสีหน้า ไม่มีดราม่า และนั่งลงเหมือนมันเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก"

"นั่นคือเหตุผลที่เขากำลังท็อปฟอร์มสุดๆ ภายใต้การคุมทีมของเอ็นริเก้ในตอนนี้ เขาซึมซับระบบทีมอย่างสมบูรณ์ ทั้งถอยลงมาช่วยเกมรับ กดดันคู่แข่ง และเอาทีมมาก่อนเสมอ เป็นการแสดงออกถึงความถ่อมตัวที่สมบูรณ์แบบและไร้อีโก้ ไม่แปลกใจเลยที่เขาอยู่ในระดับบัลลงดอร์และกำลังรุ่งโรจน์"

"ที่เรอัล มาดริด มันก็เป็นแบบนี้เป๊ะ คือไม่มีนักเตะคนไหนใหญ่ไปกว่าสโมสร ไม่ว่าคุณจะยิงได้กี่ประตู คว้าแชมป์มาเท่าไหร่ หรือแฟนบอลจะร้องเพลงเชียร์คุณว่าอะไร คุณต้องยอมรับการตัดสินใจของบอส เพราะตราสโมสรต้องมาก่อน"

"ทุกวันนี้เด็กๆ หลายคนมีทัศนคติที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิพิเศษ ผมมั่นใจว่าผมสามารถลิสต์รายชื่อนักเตะเหล่านี้ได้เลย พอเปลี่ยนตัวพวกเขาออก พวกเขาก็ทำหน้าบึ้งตึง เดินปั้นปึ่งออกไป และทำให้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นเรื่องของตัวเอง โลกฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนที่ยังเข้าใจมันอย่างเดมเบเล่ภายใต้การคุมทีมของเอ็นริเก้ คือคนที่จะลงเอยด้วยการคว้าแชมป์ทุกอย่าง"

09/05/2026
07/05/2026

: แทบขาดใจ แต่ต้องไปต่อ : หลุยส์ เอ็นริเก้ กับตัวตนที่สร้างขึ้นใหม่หลังการจากไปของ "ซาน่า"

ในโลกฟุตบอล โดยเฉพาะในอาชีพของเฮดโค้ช เรามักคิดว่าความพ่ายแพ้ที่เจ็บที่สุด คือการแพ้นัดชิงชนะเลิศ … การโดนปลดจากตำแหน่ง … หรือการถูกผู้คนตราหน้าว่าตกยุค หมดอนาคต

แต่สำหรับ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่มีความเจ็บปวดใดใกล้เคียงกับวันที่เขาต้องสูญเสียลูกสาววัย 9 ขวบไปด้วยโรคมะเร็งกระดูก ซึ่งเขายอมรับว่า ครั้งหนึ่งในความรู้สึกของเขา นี่คือการสูญเสียเหตุผลของการมีชีวิตอยู่เลยด้วยซ้ำ

และในห้วงเวลาที่โลกทั้งใบพังทลาย ชายคนนี้เคยถูกมองว่าอาจไม่มีวันกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของฟุตบอลได้อีกแล้ว

แต่วันนี้ … เขาคือกุนซือที่พา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2024-25 และพาทีมเข้าไปป้องกันแชมป์อีกครั้งในฤดูกาล 2025-26

เรื่องราวของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือบทเรียนราคาแพงที่พิสูจน์ว่า บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ถ้วยรางวัลในสนาม แต่คือการประคองหัวใจที่แตกสลายให้กลับมาเต้นอย่างมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

ติดตามทั้งหมดกับ MAIN STAND

📌 ยิ่งใหญ่แต่(เกือบ)ไร้คำชื่นชม

ความเป็นมืออาชีพ คือสิ่งที่คนทำงานทุก ๆ คน ทุก ๆ สายงานต้องมี ... และหากจะให้ยกตัวอย่างสักประโยคที่บอกว่ามืออาชีพที่ดีคืออะไร ? ก็คงจะเป็นคำตอบของซูเปอร์สตาร์ค้างฟ้าอย่าง "พี่เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ ที่เคยบอกว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ จงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่และเสร็จลุล่วงแบบออกมาดีที่สุด ... จากนั้นคุณจะเหนื่อยจนต้องสลบไปตรงนั้นเลยก็ไม่มีใครว่า"

แม้จะต่างอาชีพ แต่คำพูดของพี่เบิร์ดเป็นจริงทุกประการ โดยเฉพาะในงานที่ความรับผิดชอบสูง ได้ค่าตอบแทนมาก "เฮดโค้ชฟุตบอล" ก็ถือว่าเป็น หนึ่งในอาชีพในหมวดหมู่นี้ ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของยุคปัจจุบัน นั่นคือ หลุยส์ เอ็นริเก้

ย้อนกลับไปตอนที่เอ็นริเก้เริ่มทำงานกุนซือ เขาเริ่มจากการคุมทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ก่อนจะกระโดดรับงานกุนซือใหญ่ครั้งแรกที่ โรม่า ไปจนถึง เซลต้า บีโก้ และได้รับไม้คุมทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ในปี 2014 ต่อจาก เคราร์โด้ มาร์ติโน่

ถ้าถามว่าช่วงเวลาพาร์ทแรกของเขาในอาชีพกุนซือได้รับความยกย่องแค่ไหน ก็คงตอบได้เต็มปากว่า "ระดับหนึ่ง" เท่านั้น เขาไม่ได้พาโรม่าคว้าแชมป์อะไร เช่นเดียวกับเซลต้า บีโก้ด้วย

แต่ผลงานกับบาร์เซโลน่าในเวลานั้นล่ะ ? แชมป์ ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย ... จากความสำเร็จที่กล่าวมา เขาควรได้รับสรรเสริญระดับตำนานตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่อย่างที่ทุกคนรู้กัน บาร์เซโลน่าในยุคนั้นที่เขาคุมทีมมันเก่งกาจเสียจนเขาได้รับเครดิตที่ควรจะได้น้อยไปหน่อย

ทีมที่มี ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เนย์มาร์, อันเดรส อิเนียสต้า, อิวาน ราคิติช และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ... ทีมชุดนี้ถูกมองว่า "ใครคุมก็ได้แชมป์" นั่นแหละเป็นเหตุที่ทำให้เอ็นริเก้ไม่ได้ถูกยกย่องไว้สูงสุดตั้งแต่ตอนนั้น แถมยังมีเรื่องหลุดออกมาภายหลังว่า จริง ๆ แล้วตัวของเขาก็ไม่ถูกเส้นกับ "เบอร์ 1" ของทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยทัศนคติที่ไม่มีใครยอมกัน

ว่ากันว่าเอ็นริเก้ปกครองทีมด้วยระบบไม้แข็ง ไม่สนใจใครหน้าไหน ยกตัวอย่างเช่นการขาย เชส ฟาเบรกาส ให้ เชลซี, การขาย ปินโต้ ประตูสำรองที่เป็นเพื่อนสนิทกับเมสซี่ออก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไล่ เชมา คอร์เบลลา คิตแมนที่อยู่กับทีมมานานออก ทำให้เมสซี่ไม่พอใจเอ็นริเก้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันโดยตรงที่เมสซี่กลับมารายงานตัวกับสโมสรหลังรับใช้ทีมชาติช้ากว่ากำหนด 3 วัน แม้เมสซี่จะขออนุญาตกับสโมสรแล้ว แต่เอ็นริเก้ก็ไม่พอใจ จนทั้งคู่ในอยู่สถานะ "คนละฝั่ง" กัน แต่ก็ทำงานด้วยกันแบบมืออาชีพ สุดท้ายเอ็นริเก้ก็ลาออกในปี 2017 และปีต่อมา เขาก็ได้มาคุมทีมชาติสเปนชุดใหญ่

ก็คงต้องบอกว่า ณ เวลานั้น สเปนอยู่ในช่วงขาลง นักเตะชุดแชมป์โลก 1 สมัย และแชมป์ยูโร 2 สมัย เริ่มถึงช่วงโรยรากันหลายคน นั่นจึงทำให้สหพันธ์ฟุตบอลสเปนจ้างเอ็นริเก้ ที่เหมาะกับการสร้างทีมใหม่ที่เต็มไปด้วยไม้แข็ง และการสร้างวินัยในการอยู่ร่วมกัน

ชื่อเสียงของเอ็นริเก้ ถูกเล่าในฐานะกุนซือที่ไม่สนใจใครหน้าไหน ทุกอย่างต้องตั้งอยู่ในกฎที่เขาตั้งเอาไว้อย่างเสมอภาค ... ทุกอย่างหลังจากนั้นดูเหมือนจะดี เอ็นริเก้พาทีมสเปนลงเล่น 10 นัด ชนะ 8 เสมอ 2 และไม่แพ้ใครเลย แต่แล้วเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในชีวิตเขาก็เริ่มเข้ามาทดสอบจิตใจ และให้บทเรียนกับเขาอย่างหนักหน่วงไม่ออมมือ ... เหมือนที่เขาทำกับลูกทีมเสมอมา

📌 เมื่อโลกทั้งใบหยุดหมุน

มิถุนายน 2019 คือช่วงเวลาที่เอ็นริเก้ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่เขาไม่มีวันเอาชนะได้ด้วยแผนการเล่นใด ๆ ข่าวการประกาศลาออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติสเปนอย่างกะทันหันสร้างความงุนงงไปทั่วโลก ท่ามกลางข่าวลือและคำวิจารณ์ว่าเขาทิ้งหน้าที่ จนกระทั่งความจริงปรากฏ ... ซาน่า ลูกสาววัย 9 ขวบของเขา กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูก

ตลอดช่วงที่หายไป เอ็นริเก้ไม่ได้เป็นกุนซือ เขาเป็นเพียง "พ่อ" ที่เฝ้ามองลมหายใจสุดท้ายของลูกสาว เมื่อซาน่าจากไปในเดือนสิงหาคม 2019 โลกของเขาก็พังทลายลง ทัศนคติที่เคยดุดัน แข็งกร้าว และตรงไปตรงมาจนบางครั้งดูเหมือนไม่แยแสสื่อ กลับกลายเป็นความเงียบงันที่เจ็บปวด

ในช่วงนั้น ชื่อของเอ็นริเก้เริ่มถูกลบเลือนไปจากลิสต์กุนซือระดับท็อป แม้จะกลับมาคุมทีมชาติสเปนอีกครั้ง แต่ความล้มเหลวในฟุตบอลโลก 2022 รวมถึงเหตุการณ์แย่งตำแหน่งกุนซือทีมชาติชุดยูโร 2020 กับ โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ช่วยของเขาที่รับงานขัดตาทัพ จนเกิดเรื่องบาดหมางใหญ่โต

หลังจากฟุตบอลโลก 2022 จบลง เอ็นริเก้ก็ว่างงาน และถูกปฏิเสธโดยเชลซีหลังการสัมภาษณ์งาน แถมยังมีข่าวว่าเขาส่งโปรไฟล์ไปให้ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่กำลังหาโค้ชพิจารณา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับเลือก จากผลงานแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นในสนาม และเรื่องสภาพจิตใจที่หลายคนเป็นห่วงเขาหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ มันทำให้เอ็นริเก้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "กุนซือเกรดบี" ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง อยู่คนละหมวดหมู่กับโค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เยอร์เก้น คล็อปป์ หรือ คาร์โล อันเชล็อตติ

ตัวของเอ็นริเก้เองต้องยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้นก็จัดการกับข่าวลือต่าง ๆ ได้ดี ไม่มีถ้อยคำดราม่าหรือเรียกร้องความสงสารจากสิ่งที่ผู้คนตัดสินเขา เขาแค่พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน ด้วยการรับงานกุนซือ เปแอสเช ... ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่ามันไม่ใช่ข่าวใหญ่สะเทือนโลกฟุตบอลอะไรนัก เพราะกุนซือเปแอสเชในช่วงหลัง ๆ ก็ไม่ได้เบอร์ใหญ่อะไรมากอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่เคยคุม สเปอร์ส หรือ คริสตอฟ กัลติเย่ร์ ที่ดังจากการคุม ลีลล์

ดังนั้นผู้คนจึงมองการแต่งตั้งเอ็นริเก้ว่า มันก็เป็นแค่การทดลองอีกครั้งของเปแอสเช ทีมที่นักเตะดังเต็มไปหมด แต่ไม่เคยมีคุณสมบัติของทีมที่ดีที่สุดในโลก หากเทียบกับทีมที่มีประวัติศาสตร์อย่าง บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค หรือ เรอัล มาดริด ก็ต้องยอมรับว่า เปแอสเชก่อนที่เอ็นริเก้เข้ามา ยังห่างไกลต่อการเทียบรัศมีจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ เอ็นริเก้ในวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว กุนซือหัวแข็งที่พร้อมฟาดนักเตะทุกคนที่ไม่เห็นด้วย พร้อมจะทะเลาะกับผู้บริหารทันทีเมื่อไม่มีการสนับสนุน อีกทั้งยังใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเหมือนในอดีตได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเขาได้ค้นพบว่าในวันที่เจอข่าวร้ายที่สุดในชีวิต .... นอกจากความเสียใจที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรทำคือการเรียนรู้ ทบทวนตัวเอง และลองทำอะไรใหม่ ๆ ตามที่ตัวเองตกผลึกจากช่วงเวลาเหล่านั้นบ้าง

📌 เขาตกผลึกอะไร ?

คุณน่าจะรู้กันแล้วว่า เอ็นริเก้เปลี่ยนเปแอสเชได้อย่างไร ? ในวันที่ไม่มี เนย์มาร์, เมสซี่ หรือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ อีกแล้ว เอ็นริเก้เปลี่ยนหน้าตาของทีมนี้ใหม่ ด้วยการอธิบายด้วยตัวเองว่า เขาอยากที่จะให้ทีม ๆ นี้ กลายเป็นทีมที่มีศักยภาพรอบด้าน มีความเข้าใจร่วมกัน มีความอยากจะต่อสู้เพื่อกันและ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ การมีระบบการเล่นที่ชัดเจน ชนิดที่ใครเห็นต้องร้องอ๋อ และรู้ทันที่ว่านี่เป็นฟุตบอลในสไตล์ของเปแอสเช

คุณต้องยอมรับว่าจุดเปลี่ยนก็คือวันที่เอ็มบัปเป้บอกว่าจะออกจากเปแอสเชไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในขณะที่แฟน ๆ ขวัญเสียและอาจมีด่าทอเขาบ้าง แต่เอ็นริเก้ก็เยือกเย็นและตอบกลับว่า "ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ซับซ้อนเพียงพอที่ทีมที่มีผู้เล่นที่ดีที่สุดจะไม่ชนะเสมอไป ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผมเชื่อมั่นว่าไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ตาม เราจะเป็นทีมที่ดีขึ้นในปีหน้า"

เขาทำได้จริงใช่ไหมล่ะ ? คุณเองก็น่าจะเห็นจาก 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้แชมป์ยุโรปในปี 2025 และเข้าไปป้องกันแชมป์อีกครั้งในซีซั่นนี้ ด้วยความแข็งแกร่งแบบที่ทุกทีมในยุโรปต้องหวั่นเกรง

คำถามต่อมาคือ เอ็นริเก้ตกผลึกอะไรจึงเปลี่ยนแนวคิด การปกครองทีม และทำให้ทีม ๆ นี้พร้อมสู้ตายถวายหัวเพื่อเขาโดยไม่มีนักเตะคนไหนแตกแยกไม่เข้าพวก ? คำตอบคือเขาเริ่มมองทุกคนรอบตัวด้วยความเป็นมนุษย์มากขึ้น และเลือกจะมองโลกอีกแบบนั่นคือ ต่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นแค่ไหน จงมองหาข้อดีของมันให้เจอ และพยายามใช้ชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนั้น

"ผมจะถือว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีหรือโชคร้ายดีล่ะ ? ... คำตอบตอนนี้น่ะเหรอ ? ผมคิดว่าตัวเองคนที่โชคดี ... โชคดีมาก ๆ เลย" เอ็นริเก้กล่าวในสารคดีหลังเขาพาเปแอสเชพิชิตแชมป์ยุโรปเมื่อซีซั่น 2024-25

"ซาน่า ลูกสาวของผม เราใช้ชีวิตด้วยกันได้ 9 ปี ตลอดช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและความทรงจำมากมาย ผมบันทึกและเก็บมันไว้ทุกอย่าง ทั้งในรูปถ่าย วีดีโอ และความทรงจำ ... ตอนแรกผมเชื่อในคำ ๆ นี้ แต่ผมต้องบอกว่าว่า แม้ร่างกายของเธอจะไม่อยู่ที่นี่ แต่จิตวิญญาณของเธอยังอยู่กับเราเสมอ"

"จากนั้นผมจีงได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มาาก สนุกกับทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่เรื่องหน้าที่การงาน และพยายามมองหาด้านบวกในทุกเรื่อง แม้จะอยู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากแค่ไหนก็ตาม"

📌 สุขกับเรื่องราวตรงหน้า

เอ็นริเก้เลือกจดจำความสุขมากกว่าความเจ็บปวด เลือกมองสิ่งที่มีมากกว่าสิ่งที่ขาด และแน่นอน เหตุผลที่เขากลับมาเป็นกุนซือชั้นยอดได้ก็เพราะว่า เขาเปลี่ยนแนวคิดการทำงานแบบใหม่ด้วย หลังลาออกจากตำแหน่งเพื่อดูแลครอบครัว และกลับมาเป็นโค้ชอีกครั้ง เอ็นริเก้เปลี่ยนชีวิตการทำงานให้เป็นการ "อุทิศ" ให้กับซาน่า การบริหารจัดการของเขาในปัจจุบันโดดเด่นด้วยมุมมองทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นที่การสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับผู้เล่นของเขา

ห้องแต่งตัวของเปแอสเชตอนนี้เป็นแบบนั้นแหละ วันไหนที่ต้องการโฟกัสกับเกมในสนาม พวกเขาจะพร้อมรับฟังคำพูดของเอ็นริเก้ และออกไปลุยพร้อม ๆ กัน ... จะว่าไปสิ่งนี้สำคัญมากกับเปแอสเช เพราะในอดีต ทีมมักถูกมองว่าแบ่งเป็น "กลุ่มซูเปอร์สตาร์" กับ "นักเตะที่เหลือ" ซึ่งจะตื้นลึกหนาบางแค่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ หลักฐานว่าทีม ๆ นี้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันได้ดี ก็คือผลงานในสนามที่ไร้เทียมทานของพวกเขานี่แหละ

และหากวันใดที่บรรยากาศสบาย ๆ เอ็นริเก้ก็จะเป็นคนที่ทำให้ทุกคนได้ร่วมพูดคุย หัวเราะ และแซวกันไปมาอย่างมีชีวิตชีวา จากแต่ก่อนที่เขาค่อนข้างจะหมกมุ่นอยู่กับแท็กติก และแยกปฏิสัมพันธ์กับลูกน้องในระยะห่างที่อาจจะมากเกินไป ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงนี้ เช่นคำพูดของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่คว้าบัลลงดอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า "เขาทำให้นักเตะทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญต่อทีม ตลอด 3 เดือนมานี้ หลุยส์ เอ็นริเก้ จะพูดว่า 'อุสมาน บัลลงดอร์' และร้องเพลงใส่ทำนองทุกครั้งเมื่อเขาเห็นผม"

ซึ่งวันที่เดมเบเล่เอาถ้วยบัลลงดอร์มาในห้องแต่งตัว เอ็นริเก้ก็เป็นคนแรกที่เริ่มแซวเขา พร้อมกับเต๊ะท่าสูบซิการ์ในบรรยากาศที่ลูกทีมทุกคนสนุกและหัวเราะตามได้ไม่ยาก

ภาพของเอ็นริเก้ที่ชูถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซั่น 2024-25 พร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนขึ้น คือเครื่องยืนยันว่าเขาก้าวไปอีกระดับแล้ว ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ "ชนะใจตัวเอง" ได้สำเร็จ เขาพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นกุนซือที่ตกยุค หรือถูกปฏิเสธจากทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ใด ๆ ก็ตามที่คนอื่นจะพูดถึงคุณในแง่ร้าย ๆ ได้ แต่นั่นไม่ใช่จุดจบตราบใดที่คุณยังเชื่อมั่นในตัวเอง และมองโลกด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง

หลุยส์ เอ็นริเก้ อยู่บนเส้นทางนั้น ... เส้นทางแห่งความสุขทั้งแง่การใช้ชีวิตและหน้าที่การงานอย่างแท้จริง

#สื่อกีฬาที่เข้าถึงทุกคน #ฟุตบอล #เปแอสเช #ปารีสแซงต์แชร์กแมง #หลุยส์เอ็นรีเก้

07/05/2026

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0819253343

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ i21ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง i21:

แชร์