24/03/2026
ประโยคสุดท้ายของหนังคือสิ่งที่ทำให้เราจุกทุกครั้งพอได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกๆเพราะมันเศร้า
แต่พอมาดูมันในช่วงเวลาที่เราเติบโตขึ้นในช่วงเวลาแตกต่างกันๆมันทำให้เราร้องไห้แทบทุกครั้ง
"I never had any friends later on like the ones I had when I was twelve."
ไม่ใช่แค่เพราะมันเศร้า แต่เพราะมันจริง และเราก็รู้ว่ามันจริง แต่เราก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้
เรารู้สึกว่ามันทั้งเศร้าและน่าเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน หรือนี้อาจจะเป็นรสชาติของการเติบโตอย่างนั้นหรือ
อย่างแรกเลย สิ่งที่เราจะรีเลทกับประโยคนั้นของกอร์ดี้ที่บอกว่า
หลังจากนั้น ฉันไม่เคยมีเพื่อนแบบที่มีตอนอายุสิบสองอีกเลย
เราว่ามันน่าเศร้าที่ว่า แม้เราจะเติบโตแค่ไหน ได้พบพานเจอความสัมพันธ์ และ มิตรภาพ มามากแค่ไหน สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ กอร์ดี้ โตขึ้นและเติบโตต่อไปมีเพื่อนใหม่และเจอความสัมพันธ์มากมาย แต่เขาไม่เคย มีเพื่อน แบบนั้นอีกแล้วเหมือนที่มีตอนอายุ 12 ซึ่งมันน่าเจ็บปวดและเศร้าเอามากๆ
เราเชื่อว่าทุกคนต่างมีเพื่อนแบบนั้นของตัวเอง เพื่อนที่นึกถึงชื่อเขาได้ทันที เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ
เพื่อนที่ไม่ได้นึกถึงมานานมากแล้ว บางทีก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงลืมได้ขนาดนี้ ทั้งที่สมัยอายุสิบสองสิบสาม เท่ากับตัวละครในเรื่อง ตัวเราเองก็อยู่ด้วยกันกับเพื่อนแทบทุกวัน รู้ทุกเรื่องของกัน รู้กระทั่งว่าอีกคนรู้สึกยังไงโดยไม่ต้องพูดอะไรมากมาย
แล้วก็มีวันหนึ่ง จำไม่ได้ว่าวันไหน วันที่เราไม่ได้คุยกันอีกแล้ว
มันไม่มีการทะเลาะ ไม่มีจุดแตกหัก แค่เราต่างคนค่อยๆห่างออกกันไปเอง จนกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เหมือนรู้จักกันแค่ชื่อ
มีอีกฉากที่เราชอบมากๆฉากนึงตอนที่ กอร์ดี้ นอนดูดาวอยู่กับ คริส แล้ว คริส ก็พูดว่าเขาเชื่อในตัว กอร์ดี้แบบด้วยน้ำเสียงที่เชื่ออย่างสนิทใจ มันเป็นความเชื่อแบบที่บางทีตัวเราเองก็ยังไม่แน่ใจในตัวเองเลยเหมือนกันว่าเราเป็นคนแบบนั้นแบบที่เราคิดว่าเราเป็นไหม
ตัวกอร์ดี้เองก็นึกไม่ออกว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนพูดแบบนั้นกับเขา คือตอนไหน มันไม่ใช่แบบที่โลกผู้ใหญ่พูด ไม่ใช่การให้กำลังใจกันตามมารยาท แต่เป็นความเชื่อที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน แบบที่มีได้แค่ตอนที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าโลกมันซับซ้อนขนาดนี้
หรือบางทีความสัมพันธ์แบบนั้นมันอาจเกิดได้แค่ตอนที่เรายังไม่รู้จักคำว่า ระวังตัว ยังไม่รู้มิติของความรัก หรือการไว้ใจคนมากเกินไปมันอาจสร้างความเจ็บปวดได้แค่ไหน ยังไม่รู้ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ แยกย้าย และลืมกันได้
และพอรู้แล้ว มันก็สายเกินไปที่จะรักใครในแบบนั้นอีก
นี้แหละคือความเศร้า และเราก็อาจจะไม่มีเพื่อนแบบนั้นอีกแล้ว Jesus, does anyone?
ชมภาพยนตร์เรื่อง Stand By Me ในโปรแกรม Teen Dream ได้ตั้งแต่ปลายเดือนนี้ 28-29 มีนาคมนี้และตลอดทั้งเดือนเมษาครับ
กรุงเทพ The Corner House Bangkok
ฉายวันที่ 29 มีนาคมเวลาสามทุ่ม 21.00 น.
พะเยา 𝐏𝐘𝐄 𝐒𝐏𝐀𝐂𝐄
ฉายวันที่ 28 มีนาคม 15.00 น.